กฎเหล็ก! พกของเหลวขึ้นเครื่องบินยังไงให้ปลอดภัย

Last updated: 21 ม.ค. 2569  |  57005 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ของเหลวขึ้นเครื่อง

การเดินทางโดยเครื่องบินนั้นมักจะเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ของทุกคนเวลาจะออกทริปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แต่ก็มีข้อจำกัดหลากหลายอย่างที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะสัมภาระที่เราจะพกติดตัวไปด้วย การพกของเหลวขึ้นเครื่อง เป็นอีกมาตรการนึงที่สายการบินต้องตรวจเช็คอย่างละเอียดก่อนอนุญาตให้ผู้โดยสารผ่านขึ้นเครื่องไปได้ แต่ ‘ของเหลว’ ที่ว่ามันคืออะไรบ้าง มีกฏระเบียบอย่างไร บทความนี้มีคำตอบค่ะ

ของเหลวขึ้นเครื่อง มีอะไรบ้าง ?

ตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ในเรื่อง หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลวฯ ปี 2562 ได้แจกแจงสิ่งของที่รวมอยู่ในหมวด ‘ของเหลว เจล สเปรย์’ ไว้ดังนี้

  • ของเหลวที่อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ แบ่งออกเป็นแต่ละประเภท
    • อาหาร : น้ำ เครื่องดื่ม ซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารอย่างอื่นที่อยู่ในซอส หรือที่มีส่วนประกอบเป็นของเหลวในปริมาณมาก
    • เครื่องสำอาง : ครีม โลชั่น น้ำมัน น้ำหอม 
  • เจลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยา ยาสีฟัน อาหาร ยาสระผม เจลอาบน้ำ 
  • วัตถุหรือสารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีแรงดันและต้องฉีดพ่นเพื่อนำออกมาใช้ เช่น สเปรย์ โฟม
  • วัตถุหรือสารที่มีส่วนผสมของของแข็งและของเหลว เช่น มาสคารา ลิปสติก ลิปบาล์ม ลิปกลอส

อัปเดตข้อมูลล่าสุด ปัจจุบันแนวทางการจัดประเภท “ของเหลว เจล สเปรย์ (LAGs)” ยังคงยึดตามมาตรฐานสากลของ ICAO และแนวปฏิบัติของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจาก “ลักษณะทางกายภาพ” มากกว่าชื่อเรียกสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ดูเป็นของแข็ง แต่มีคุณสมบัติละลาย เยิ้ม หรือปาดได้ เช่น ลิปบาล์ม ครีมกันแดดแบบแท่ง หรือเครื่องสำอางเนื้อครีม ยังถือว่าอยู่ในกลุ่มของเหลวและต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเดียวกัน ผู้โดยสารจึงควรตรวจสอบลักษณะของสินค้าเป็นหลัก ไม่ใช่ดูแค่รูปแบบบรรจุภัณฑ์

ของเหลวที่ยกเว้นการตรวจ

  • ของเหลว-เจล-สเปรย์ ประเภทยา : ต้องมีใบรับรองแพทย์ เอกสารกำกับยาหรือติดฉลากที่ระบุชื่อผู้โดยสารชัดเจน ยกเว้นยาสามัญประจำบ้าน
  • อาหารหรือนมสำหรับเด็กทารก หรืออาหารที่ต้องพกพาตามข้อกำหนดทางการแพทย์ หรือวัตถุประสงค์ทางโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสมกับระยะเวลาการเดินทางในแต่ละเที่ยวบิน 
  • ของเหลว-เจล-สเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร (Duty Free Shop) ภายในสนามบิน โดยต้องปิดซีลเรียบร้อยและไม่มีร่องรอยการแกะหลังจากซื้อ ที่สำคัญต้องมีหลักฐานว่าซื้อในวันที่เดินทางด้วย

สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศในบางเส้นทาง เจ้าหน้าที่อาจขอเปิดตรวจของเหลวที่อยู่ในกลุ่มยกเว้นเพิ่มเติม หากเห็นว่าปริมาณไม่สอดคล้องกับระยะเวลาการเดินทาง ดังนั้นควรพกเฉพาะปริมาณที่จำเป็นจริง และแยกใส่ถุงให้เห็นชัดเจน นอกจากนี้ ยาประเภทน้ำหรือเจลที่ไม่มีฉลากภาษาอังกฤษ อาจถูกขอเอกสารประกอบเพิ่มเติมในบางประเทศ เพื่อยืนยันว่าเป็นยาสำหรับใช้ส่วนบุคคล ไม่ใช่สารต้องห้าม

หลักเกณฑ์การพกของเหลวขึ้นเครื่อง

พอได้ทราบกฏระเบียบทั้งหลายเกี่ยวกับการนำของเหลวขึ้นเครื่องกันแล้ว หลายคนคงสงสัยว่า เราไม่สามารถพกขึ้นเครื่องได้เลยหรอ ? คำตอบคือ สามารถพกของเหลวขึ้นเครื่องได้ค่ะ แต่มีหลักเกณฑ์สำหรับการพกขึ้นเครื่องที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • ของเหลวเหล่านั้นต้องบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และต้องมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์อยู่ด้วย
  • กรณีที่ขนาดบรรจุภัณฑ์มีปริมาณความจุเกิน 100 มิลลิลิตร แต่มีของเหลวบรรจุอยู่ไม่ถึง 100 มิลลิลิตร จะไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง
  • อัปเดตแนวปฏิบัติในหลายสนามบินนานาชาติ แม้จะมีการทดลองใช้เครื่องสแกน CT รุ่นใหม่ที่สามารถตรวจของเหลวได้ละเอียดขึ้น แต่ในประเทศไทยและเที่ยวบินส่วนใหญ่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎ 100 มิลลิลิตรอย่างเคร่งครัด ผู้โดยสารไม่ควรคาดหวังว่าสนามบินทุกแห่งจะผ่อนปรนกฎนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะเที่ยวบินต่อเครื่อง (Transit) หากต้องผ่านจุดตรวจซ้ำ กฎของสนามบินปลายทางจะถูกนำมาบังคับใช้อีกครั้ง
  • ผู้โดยสาร 1 คน สามารถพกของเหลวที่ใส่ในบรรจุภัณฑ์ไปได้มากกว่า 1 ชิ้น โดยเมื่อรวมปริมาตรกันแล้วต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร
  • ทุกบรรจุภัณฑ์ต้องใส่รวมกันไว้ในถุงพลาสติกใสแบบเปิด-ปิดผนึกได้ เพื่อป้องกันของเหลวหกเลอะเทอะระหว่างการเดินทางและความรวดเร็วในการตรวจเช็ค โดยกำหนดให้ผู้โดยสาร 1 คนต่อถุงใส 1 ใบ
  • โทษของการฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทำไมถึงห้ามพกของเหลวขึ้นเครื่อง ?

เหตุผลการห้ามก็เหมือนกับการห้ามเอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องเลยค่ะ เพราะของเหลวนั้นสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการทำระเบิดได้ การกำหนดให้นำของเหลวขึ้นเครื่องอย่างละ 100 มิลลิลิตร ทำให้ของเหลวเหล่านั้นไม่เพียงพอต่อการนำไปเป็นสารประกอบร้ายแรงได้นั่นเอง

ส่วนการละเว้นให้ของเหลวที่ซื้อจากร้านค้า Duty Free สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ก็เป็นเพราะสินค้าทุกชิ้นได้ผ่านการตรวจเช็คสินค้าและเอกสารมาแล้วว่าเป็นสารที่ไม่มีส่วนผสมที่สามารถนำไปประกอบเป็นสารอันตรายได้ แม้จะนำขึ้นเครื่องในปริมาณที่มากกว่าของเหลวต้องห้ามประเภทอื่น ๆ ก็ตาม

นอกจากเหตุผลด้านการก่อการร้ายแล้ว ของเหลวยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การตรวจสัมภาระล่าช้า หากบรรจุไม่ถูกต้องอาจเกิดการรั่วซึม สร้างความเสียหายต่อกระเป๋าผู้อื่นหรืออุปกรณ์บนเครื่องบินได้ การกำหนดปริมาณและรูปแบบการบรรจุที่ชัดเจน จึงช่วยให้กระบวนการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยโดยรวมของผู้โดยสารทุกคน

อ่านบทความ : เช็คก่อนบิน ของที่เอาขึ้นเครื่องได้ และ ของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน เด็ดขาด!
 

ข้อแนะนำก่อนบิน

อีกหนึ่งคำแนะนำที่ช่วยลดปัญหาหน้าด่านตรวจ คือการจัดถุงของเหลวให้อยู่ตำแหน่งที่หยิบง่ายในกระเป๋าถือ และนำออกมาวางในถาดตั้งแต่แรกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ร้องขอ วิธีนี้ช่วยลดเวลาตรวจสัมภาระได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ หากเดินทางบ่อย การเตรียมชุดของเหลวขนาดพกพาไว้ประจำ จะช่วยให้จัดกระเป๋าได้รวดเร็วและลดโอกาสลืมหรือทำผิดกฎโดยไม่ตั้งใจ

แม้ว่าเราจะรู้แล้วว่าสามารถพกของเหลวขึ้นเครื่องได้เท่าไหร่ ? แต่การเตรียมพร้อมในการจัดกระเป๋าเดินทางก่อนไปถึงสนามบินก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ เราจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาตรวจเช็คสัมภาระนานและแก้ปัญหาหากทำผิดกฎทีหลัง

  • เช็คกฎระเบียบการนำของเหลวขึ้นเครื่องของสายการบินที่จะโดยสาร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เช่น การอนุญาตให้นำเครื่องดื่มแต่ละประเภทขึ้นเครื่อง ขนาดถุงใสที่ใส่บรรจุภัณฑ์ของเหลวทั้งหมด
  • แบ่งการจัดกระเป๋าเช็คอินให้ดี หากมีของเหลวส่วนตัวที่ต้องพกไปในจำนวนมากเกินกำหนด เช่น โลชั่น ครีม น้ำหอม ให้จัดไปอยู่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องแทน หรือง่ายกว่านั้น ลองหาซื้อเป็นขนาดพกพาจะสะดวกที่สุด
  • หากมีของเหลวพิเศษที่ยกเว้น เช่น ยาหรืออาหารโภชนาการ ให้เตรียมเอกสารเพื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่จุดตรวจให้พร้อม
  • หากต้องการพกน้ำดื่มติดตัว สามารถซื้อได้หลังจากผ่านจุดตรวจสัมภาระแล้วภายในท่าอากาศยาน

การจัดกระเป๋าเตรียมบินในแต่ละครั้ง อาจยุ่งยากและปวดหัวไปหน่อย แต่เชื่อว่าถ้าเราอ่านกฎระเบียบและทำความเข้าใจล่วงหน้า หากระเป๋าเดินทางที่เก็บของได้เป็นสัดส่วน ง่ายต่อการหยิบใช้และตรวจเช็คสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง ก็จะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ 



 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพกของเหลวขึ้นเครื่องบิน (FAQ)

Q1: พกของเหลวขึ้นเครื่องบินได้สูงสุดกี่มิลลิลิตรต่อชิ้น?

A: ผู้โดยสารสามารถพกของเหลว เจล และสเปรย์ ขึ้นเครื่องในบรรจุภัณฑ์ขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น เท่านั้น และเมื่อรวมทุกชิ้นแล้วต้องมีปริมาตรไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตรต่อคน โดยต้องบรรจุรวมกันในถุงพลาสติกใสแบบปิด-เปิดผนึกได้ 1 ใบ ตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยการบินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน


Q2: ของเหลวที่ซื้อจาก Duty Free ต้องใส่ถุงใส 100 มิลลิลิตรหรือไม่?

A: ของเหลวที่ซื้อจากร้าน Duty Free ภายในสนามบินหลังผ่านจุดตรวจความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องจำกัดที่ 100 มิลลิลิตร แต่ต้องอยู่ในถุงซีลปิดสนิท ไม่มีร่องรอยการแกะ และมีหลักฐานการซื้อในวันเดินทาง อย่างไรก็ตาม หากมีการต่อเครื่องและต้องผ่านจุดตรวจซ้ำ สนามบินปลายทางอาจบังคับใช้กฎใหม่อีกครั้ง


Q3: ลิปสติก ครีมกันแดดแบบแท่ง ถือเป็นของเหลวหรือไม่?

A: แม้จะดูเหมือนของแข็ง แต่ลิปสติก ลิปบาล์ม ครีมกันแดดแบบแท่ง หรือเครื่องสำอางที่สามารถปาด ละลาย หรือเยิ้มได้ ยังถือเป็นของเหลวตามการตรวจของสนามบิน และต้องปฏิบัติตามกฎ 100 มิลลิลิตรเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ใช้โดย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และมาตรฐานสากล

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้