Last updated: 21 ม.ค. 2569 | 36308 จำนวนผู้เข้าชม |
ใกล้เข้าเทศกาลวันหยุดยาว หลายคนก็คงเตรียมทริปสุดฟินกันไว้แล้ว ไม่ว่าจะบินกลับบ้าน บินไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือบินไปเที่ยวยาว ๆ ที่ต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก่อนจะบินนั่นก็คือ การเช็คลิสต์ก่อนจัดกระเป๋า แน่นอนว่าการโดยสารโดยเครื่องบินก็มีทั้งของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน และ ของที่เอาขึ้นเครื่องได้
การเช็คลิสต์ก่อนบินเป็นขั้นตอนที่ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนการตรวจกระเป๋าเดินทาง เพราะหากตรวจเจอของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน คุณจะต้องถูกเรียกตรวจสัมภาระเพิ่มเติม และสิ่งนั้นอาจถูกยึดไปได้
มาดูกันว่า อะไรที่เอาขึ้นเครื่องได้และอะไรที่ห้ามนำขึ้นเครื่องเด็ดขาด!
แต่ละสายการบิน แต่ละระดับบริการก็จะมีกฎเกณฑ์ที่ต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วสายการบินส่วนใหญ่จะมีข้อกำหนดกระเป๋า Carry-on ที่เหมาะสมในการเก็บในช่องเก็บของบนเครื่อง ดังนี้
ขนาด : กระเป๋าเดินทางขนาด ไม่เกิน 20 นิ้ว หรือไม่เกิน 56 x 45 x 25 ซม. (วัดรวมล้อและหูหิ้ว)
น้ำหนัก : 7-10 กก. สำหรับสายการบินส่วนใหญ่ในคลาส Economy
โดยทั่วไปแล้วทุกสายการบินสามารถนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นไปบนเครื่องได้ แต่ก็จะมีข้อกำหนดหลัก ๆ ที่คุณต้องรู้ในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเครื่องอยู่เล็กน้อย เช่น
ในปัจจุบัน สนามบินและสายการบินทั่วโลกให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium Battery) มากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดความร้อนและอาจเกิดการลุกไหม้ได้ โดยมีข้อควรทราบเพิ่มเติมดังนี้
อุปกรณ์ที่แบตเตอรี่ชำรุด บวม หรือมีร่องรอยความเสียหาย อาจถูกปฏิเสธการนำขึ้นเครื่อง ได้ทันที
ในที่นี้รวมถึง สกินแคร์ เครื่องสำอางต่าง ๆ เช่น น้ำหอม ครีม เจลแอลกอฮอล์ ลิป ออยด์ใส่ผม สเปรย์น้ำแร่ น้ำตาเทียม ฯลฯ หลายคนคงจะมีคำถามว่านำของเหลวขึ้นเครื่องได้เท่าไหร่ ? คำตอบก็คือ ของเหลวเหล่านั้นจะต้องมีขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และต้องบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท หรือใส่ถุงซิปล็อกแยกไว้อยู่ในกระเป๋าที่นำติดตัวหรือกระเป๋าเดินทาง Carry on
นอกจากเครื่องสำอางและสกินแคร์แล้ว ยังมีของเหลวบางประเภทที่ผู้โดยสารสามารถนำขึ้นเครื่องได้เป็นกรณีพิเศษ ได้แก่
การแยกของเหลวใส่ถุงซิปใสก่อนถึงจุดตรวจ จะช่วยให้ผ่านด่านตรวจได้รวดเร็วและลดความเสี่ยงในการถูกเรียกตรวจซ้ำ
ทุกสายการบินย่อมมีข้อกำหนดและกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสารทุกเที่ยวอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับของที่อาจเป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ทุกสนามบินจึงมีการระบุของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินเอาไว้
สายการบินทุกแห่งไม่อนุญาตให้นำอาวุธและสิ่งของที่คล้ายอาวุธขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด สำหรับวัตถุมีคมบางประเภทจะสามารถพกใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้ แต่ก็ต้องผ่านเครื่องสแกนของทางสนามบินอยู่ดี เช่น คัตเตอร์ กรรไกร มีดโกนหนวด เครื่องมือช่าง
ข้อนี้รวมถึงสารประกอบที่สามารถเกิดการระเบิดหรือจุดติดไฟได้ด้วย เช่น ดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด
สิ่งของบางอย่างอาจเป็นสารพิษอันตราย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเหตุอันตราย แพ้หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือได้ เช่น สารเคมีไวไฟ ก๊าซพิษ น้ำกรด ยาฆ่าแมลง
สิ่งของที่ติดไฟง่าย อาจทำให้เกิดอันตราย หรือเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการบินได้ ของที่มีคุณสมบัติไวไฟ ตัวอย่างเช่น ไฟแช็ค น้ำมัน แอลกอฮอล์ เชื้อเพลิงสำรอง
แม้ในบางประเทศบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกกฎหมาย แต่สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน มีข้อกำหนดที่ชัดเจนมากขึ้น คือ
แนะนำให้ตรวจสอบกฎหมายของประเทศปลายทางควบคู่กับกฎของสายการบินทุกครั้ง

อย่างที่บอกไปว่าแต่ละสายการบินจะมีข้อกำหนด กฎระเบียบที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่จะเริ่มจัดกระเป๋า คุณควรรีเช็คข้อมูลเกี่ยวกับของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน และ ของที่เอาขึ้นเครื่องได้กับสายการบินที่คุณกำลังจะเดินทางด้วย เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้ถูกต้อง ไม่เกิดปัญหา
เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งไหนเอาขึ้นเครื่องได้ ก็จัดแยกสิ่งของออกจากกระเป๋าที่ต้องโหลดใต้เครื่องบิน เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการผ่านจุดตรวจภายในสนามบิน
หากใครที่กำลังตามหากระเป๋าเดินทางใบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นใบเล็ก กระเป๋าเดินทาง Carry on ที่นำขึ้นเครื่องก็ได้หรือจะใบใหญ่ จุของได้เยอะ ที่ Baggage Luggage เรามีกระเป๋าเดินทางหลากหลายขนาดและรูปแบบให้คุณได้เลือก แวะเข้ามาดูได้เลยว่าใบไหนที่ตอบโจทย์สไตล์คุณมากที่สุด!
นอกจากกฎของสายการบินแล้ว สนามบินปลายทางในแต่ละประเทศอาจมีข้อห้ามเพิ่มเติม เช่น
การตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปรับ ถูกยึดของ หรือเสียเวลาในขั้นตอนศุลกากร
อ่านบทความ : วิธีจัดกระเป๋าเดินทางให้เบา ประหยัดพื้นที่ จุของได้เยอะกว่าเดิม
สิ่งสำคัญที่สุดในการเดินทางก็คือ ตั๋วเครื่องบิน หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) หรือเอกสารวีซ่า อย่าลืมพกไปให้ครบถ้วนด้วยล่ะ
สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเช็คอินได้โดยไม่เร่งรีบ มีเวลาเหลือในการผ่านขั้นตอนต่าง ๆ และการแก้ปัญหาสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยปกติแล้วเที่ยวบินภายในประเทศควรมาก่อน 2 ชั่วโมงและเที่ยวบินระหว่างประเทศควรมาก่อนเวลา 3 ชั่วโมง
ก่อนออกจากบ้าน แนะนำให้เช็ค 5 ข้อนี้อีกครั้ง
เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่น ไม่สะดุดตั้งแต่ด่านตรวจจนถึงปลายทาง
เพียงเท่านี้เราก็รู้แล้วว่าควรจัดกระเป๋าเตรียมของอย่างไรให้ปลอดภัยและสามารถนำสัมภาระทุกชิ้นที่เตรียมไว้ผ่านด่านตรวจสแกนไปได้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็เตรียมถือพาสปอร์ตแล้วไปเดินทางกันเลย!
A: โดยทั่วไปผู้โดยสารสามารถนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินได้ ไม่เกิน 2–3 ก้อน (ขึ้นอยู่กับสายการบิน) และต้องมีความจุ ไม่เกิน 20,000 mAh ต่อก้อน หากมีความจุระหว่าง 20,000–32,000 mAh บางสายการบินอาจต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเครื่อง และ ห้ามโหลดใต้เครื่องโดยเด็ดขาด
A: ของเหลวทั่วไป เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม หรือเจล ต้องมีปริมาณไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น และรวมกันไม่เกิน 1 ลิตร แต่ในกรณีของ ยาประจำตัว ยาน้ำ ยาพ่น หรืออาหารสำหรับเด็กเล็ก สามารถนำขึ้นเครื่องได้เกิน 100 มล. โดยต้องแจ้งเจ้าหน้าที่และควรมีฉลากหรือเอกสารประกอบ
A: ของมีคมทุกประเภท เช่น กรรไกร คัตเตอร์ มีดโกน หรือเครื่องมือช่าง ห้ามนำขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือ แต่สามารถใส่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้ โดยต้องผ่านการตรวจสแกนของสนามบิน หากเป็นของมีคมขนาดเล็ก บางสนามบินอาจพิจารณาเป็นกรณีไป
23 มิ.ย. 2566