Last updated: 20 ม.ค. 2569 | 56573 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อนึกถึงการไปออกทริปยาวสักที่ในช่วงวันหยุด การเดินทางโดยเครื่องบินก็คงจะเป็นตัวเลือกแรกของทุกคน เพราะมันสะดวก ไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็วและไปได้ไกลทั่วโลก แต่การเดินทางโดยเครื่องบินก็มีกฎเรื่องความปลอดภัยที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ที่แต่ละสายการบินต้องเข้มงวดมากที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางแต่ละเที่ยวบิน
กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง (checked baggage) คือ กระเป๋าเดินทางที่ผู้โดยสารฝากไว้ให้สายการบินนำไปเก็บที่ห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน ผู้โดยสารจึงไม่ต้องหิ้วสัมภาระที่มีน้ำหนักมากขึ้นไปบนเครื่อง และช่วยให้นั่งและขึ้น-ลงเครื่องได้สะดวกมากขึ้นด้วย
การโหลดกระเป๋าใต้เครื่องจะมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันในแต่ละสายการบิน ทั้งเรื่องน้ำหนักกระเป๋า ขนาดกระเป๋า และการคิดค่าธรรมเนียมการโหลดกระเป๋า บทความนี้เราเลยนำข้อมูลสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนออกเดินทางโดยเครื่องบินมาฝากกัน
โดยส่วนใหญ่แล้วหลายสายการบินจะไม่ได้กำหนดขนาดของกระเป๋าโหลดใต้เครื่องมาให้ชัดเจน จะเน้นไปที่น้ำหนักของกระเป๋ามากกว่า สำหรับสายการบินที่กำหนดขนาดกระเป๋าโหลดใต้เครื่องไว้ ตัวอย่างเช่น
กระเป๋าเดินทาง Baggage Luggage ทุกรุ่นนั้นปลอดภัย ตรงตามมาตรฐาน มีให้คุณได้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 14 นิ้วไปจนถึง 32 นิ้ว ซึ่งสามารถนำขึ้นเครื่องหรือจะโหลดใต้เครื่องก็ไม่เกินกำหนด มาพร้อมดีไซน์สวยหลายสไตล์ วัสดุแข็งแรง และระบบ TSA Lock ให้คุณมั่นใจได้ว่าแม้กระเป๋าเดินทางจะไม่ได้อยู่กับตัว แต่ก็ยังปลอดภัยไม่โดนโจรกรรมแน่นอน

น้ำหนักกระเป๋าที่สามารถโหลดใต้เครื่องนั้นจะแตกต่างกันไปตามสายการบิน ประเภทของตั๋ว และเส้นทางการบิน ซึ่งหลายสายการบินจะมีกำหนดน้ำหนักกระเป๋าที่สามารถโหลดใต้เครื่องได้ฟรีอยู่แล้ว เราจึงขอตัวอย่างข้อกำหนดน้ำหนักกระเป๋าในชั้นประหยัด (Economy Class) แต่ละสายการบินมาให้ดูกันค่ะ
ปัจจุบันหลายสายการบินเริ่มควบคุมน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินราคาประหยัด (Low Cost Airline) ซึ่งบางประเภทตั๋วอาจไม่รวมโหลดกระเป๋าฟรี ผู้โดยสารจำเป็นต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มล่วงหน้า หากซื้อน้ำหนักที่สนามบินในวันเดินทางจริง ค่าใช้จ่ายมักจะสูงกว่าปกติหลายเท่า
น้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องที่สายการบินกำหนด มักขึ้นอยู่กับประเภทตั๋วโดยสาร (Economy / Premium / Business) และเส้นทางการบินภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ บางสายการบินกำหนดน้ำหนัก “ต่อชิ้น” และบางสายการบินกำหนดเป็น “น้ำหนักรวม” หากน้ำหนักเกิน อาจถูกคิดค่าธรรมเนียมทันทีที่เคาน์เตอร์เช็กอิน
เที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศภายในพื้นที่ : สูงสุด 20-35 กิโลกรัม
สำหรับผู้โดยสารเด็กและผู้ใหญ่ จะได้รับน้ำหนักสัมภาระสูงสุดคนละ 20 กิโลกรัม
สำหรับเด็กทารกที่ไม่มีที่นั่ง จะได้รับน้ำหนักสัมภาระ 10 กิโลกรัม
เที่ยวบินในประเทศ : สูงสุด 10 กิโลกรัม
เที่ยวบินระหว่างประเทศ : สูงสุด 20 กิโลกรัม
น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระต้องไม่เกิน 32 กิโลกรัมต่อชิ้น
แม้น้ำหนักกระเป๋าจะอยู่ในเกณฑ์ที่สายการบินกำหนด แต่บางสายการบินจำกัดน้ำหนักสูงสุดต่อกระเป๋าไว้ไม่เกิน 32 กิโลกรัมต่อชิ้น หากน้ำหนักเกิน จะต้องแยกกระเป๋าออกเป็นสองใบเพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง ดังนั้นควรตรวจสอบทั้ง “น้ำหนักรวม” และ “น้ำหนักต่อชิ้น” ก่อนเดินทางทุกครั้ง
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ ในการโดยสารโดยเครื่องบินนั่นคือ ของที่ห้ามโหลดใต้เครื่อง เพราะวัตถุบางอย่างอาจก่อให้เกิดอันตรายกับเที่ยวบินนั้น เช่น เกิดการระเบิด การลุกไหม้ และนี่คือของที่ห้ามโหลดใต้เครื่อง ในทุกสายการบิน
นอกจากข้อกำหนดด้านน้ำหนักแล้ว สิ่งที่ผู้โดยสารมักพลาดคือการใส่สิ่งของต้องห้ามไว้ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ซึ่งอาจทำให้กระเป๋าถูกเปิดตรวจ หรือในบางกรณีอาจถูกยึดและไม่สามารถนำเดินทางไปพร้อมเที่ยวบินได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน ควรตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามก่อนจัดกระเป๋าเสมอ
ห้ามนำแบตเตอรี่ลิเธียมเมทัล หรือลิเธียมไอออน โหลดลงใต้เครื่องเด็ดขาดเพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนหรือไฟลุกไหม้ขึ้นได้ แต่สามารถพกขึ้นเครื่องไปด้วยได้ แต่จำกัดความจุ 20,000 mAh ถึงไม่เกิน 32,000 mAh ได้ไม่เกินสองก้อน
ทั้งนี้ Power Bank และแบตเตอรี่สำรองทุกชนิด ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามใส่ไว้ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องโดยเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ อาจถูกเรียกให้เปิดกระเป๋าเพื่อนำออกก่อนโหลดสัมภาระ ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาและตกเครื่องได้
สายการบินทุกแห่งไม่อนุญาตให้นำอาวุธและสิ่งของที่คล้ายอาวุธขึ้นเครื่องบิน
แม้ของมีคมบางอย่างจะสามารถใส่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้ แต่ก่อนหน้านั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบตามกฎระเบียบที่เข้มงวดของทางสนามบิน เช่น มีด คัตเตอร์ กรรไกร แต่ยังมีบางสิ่งที่สามารถนำโหลดใต้เครื่องได้ เช่น มีดโกนหนวดหรือกรรไกรตัดเล็บ
สิ่งของบางประเภทอาจจะติดไฟง่าย และเสี่ยงต่อการระเบิดระหว่างการเดินทาง เช่น สเปรย์ฉีดผมที่มีปริมาณเกินกำหนด แก๊สในไฟแช็ก น้ำมันเชื้องเพลิง ประทัดหรือพลุ
วัสดุบางอย่างมีคุณสมบัติเป็นสารพิษ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือได้ เช่น สารเคมี ก๊าซพิษ น้ำกรด ยาฆ่าแมลง
หากจำเป็นต้องนำของเหลวใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ควรบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทขนาดไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร และหากต้องการนำติดตัวถือขึ้นเครื่องจะต้องมีปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตรเท่านั้น
หากใครต้องการทราบรายละเอียดเรื่องกระเป๋าโหลดใต้เครื่องเพิ่มเติมในแต่ละสายการบินที่นำมาอ้างอิงในบทความนี้ สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ
ก่อนเดินทางควรชั่งน้ำหนักกระเป๋าล่วงหน้า แยกสิ่งของต้องห้ามออกจากกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง และตรวจสอบว่าน้ำหนักไม่เกินที่สายการบินกำหนด หากมีสัมภาระจำนวนมาก การซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้การเช็กอินเป็นไปอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบข้อกำหนดของสายการบินที่ใช้บริการก่อนล่วงหน้าเสมอ เพราะแต่ละสายการบินก็จะมีข้อกำหนด เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน เพื่อให้การเริ่มต้นเดินทางของคุณนั้นราบรื่น ไม่มีอะไรกวนใจ ใครที่กำลังเริ่มจัดกระเป๋าออกทริป อ่านบทความนี้จบแล้วคงจะสามารถจัดเตรียมกระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้โดยไม่ต้องกังวลแล้ว
สนใจ กระเป๋าเดินทาง ติดต่อเรา
A: โดยทั่วไปกระเป๋าโหลดใต้เครื่องในชั้นประหยัด (Economy Class) จะอยู่ที่ประมาณ 10–35 กิโลกรัมต่อคน ขึ้นอยู่กับสายการบิน ประเภทตั๋ว และเส้นทางบิน บางสายการบินอาจไม่รวมโหลดกระเป๋าฟรี ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้า
A: หากน้ำหนักกระเป๋าเกินกว่าที่สายการบินกำหนด ผู้โดยสารจะต้องชำระ ค่า Overweight Baggage ที่เคาน์เตอร์เช็กอิน ซึ่งมักมีราคาสูงกว่าการซื้อน้ำหนักกระเป๋าล่วงหน้า แนะนำให้ชั่งน้ำหนักกระเป๋าก่อนเดินทางทุกครั้ง
A:ไม่ได้ Power Bank และแบตเตอรี่ลิเธียมทุกชนิด ห้ามใส่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น โดยจำกัดความจุไม่เกิน 32,000 mAh ตามกฎความปลอดภัยการบิน