Last updated: 20 ม.ค. 2569 | 143111 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน การเลือกกระเป๋าลากขึ้นเครื่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้โดยสารไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณพกพาสัมภาระจำเป็นได้สะดวกแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการรอรับกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง และสามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานสายการบินต่าง ๆ ซึ่งนิยมเรียกว่า กระเป๋าเดินทาง Carry On
ในปัจจุบัน สายการบินหลายแห่งมีการตรวจสอบกระเป๋าลากขึ้นเครื่องอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งเรื่องขนาด น้ำหนัก และจำนวนชิ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินราคาประหยัด หากกระเป๋า Carry On มีขนาดเกินหรือหนักเกินกำหนด อาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่หน้าเกตทันที ดังนั้นการเลือกกระเป๋าลากขึ้นเครื่องที่ได้มาตรฐานตั้งแต่แรก จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น
โดยทั่วไปกระเป๋าเดินทาง Carry On ควรมีขนาดไม่เกิน 22 x 14 x 9 นิ้ว หรือประมาณ 56 x 36 x 23 เซนติเมตร ซึ่งต้องรวมถึงล้อและมือจับด้วย สายการบินส่วนใหญ่กำหนดให้กระเป๋า Carry On มีขนาดไม่เกิน 20 นิ้วลงมา เช่น 14 นิ้ว, 16 นิ้ว, 18 นิ้ว และ 20 นิ้ว เพื่อให้จัดเก็บบนช่องเก็บสัมภาระด้านบนได้อย่างพอดี
กระเป๋าลากขึ้นเครื่องขนาด 20 นิ้วถือเป็นขนาดที่สายการบินส่วนใหญ่ยอมรับ เนื่องจากสามารถจัดเก็บในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะได้พอดี ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธการนำขึ้นเครื่อง อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น 2–4 วัน หรือทริปทำงานที่ต้องการความคล่องตัวสูง
นอกจากขนาดแล้ว ผู้โดยสารควรตรวจสอบเงื่อนไขเรื่องน้ำหนักของแต่ละสายการบินด้วย โดยส่วนใหญ่กำหนดไว้ระหว่าง 7–10 กิโลกรัม เพื่อความสะดวกในการยกขึ้นช่องเก็บและป้องกันการบาดเจ็บระหว่างใช้งาน
เพื่อให้ผ่านเกณฑ์น้ำหนักของสายการบินได้ง่ายขึ้น แนะนำให้เลือกกระเป๋าลากขึ้นเครื่องที่มี น้ำหนักตัวกระเป๋าเบา และใช้วัสดุแข็งแรง เช่น ABS หรือ Polycarbonate ซึ่งช่วยให้คุณสามารถใส่สัมภาระได้มากขึ้นโดยไม่เสี่ยงน้ำหนักเกิน และยังช่วยป้องกันการกระแทกระหว่างการเดินทางได้ดี
กระเป๋าเดินทาง Carry On ที่ดีควรมีล้อหมุนได้รอบทิศทาง ลากลื่นไม่สะดุด มีระบบล็อกที่ได้มาตรฐาน เช่น TSA Lock และภายในแบ่งช่องเก็บของอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อช่วยให้จัดระเบียบสัมภาระได้ง่ายและหยิบใช้งานสะดวกระหว่างเดินทาง
BAGGAGE LUGGAGE มีกระเป๋าลากขึ้นเครื่องหลายขนาดและหลายดีไซน์ ตั้งแต่รุ่น 14 นิ้วไปจนถึง 20 นิ้ว รวมถึงแบบเซตที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางคนเดียวหรือเป็นครอบครัว จุดเด่นอยู่ที่วัสดุคุณภาพสูง แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา และผ่านมาตรฐานการบิน
กระเป๋าเดินทาง Carry On จาก BAGGAGE LUGGAGE มีให้เลือกหลายสีและดีไซน์ ครอบคลุมทั้งโทนเรียบหรูและโทนสดใส สามารถใช้งานได้ทั้งนักธุรกิจและนักเดินทางทั่วไป ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ากระเป๋าลากขึ้นเครื่องของคุณจะโดดเด่นและตอบโจทย์การใช้งานจริง
การเลือกกระเป๋าลากขึ้นเครื่องให้เหมาะสม ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสะดวกเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความกังวลเรื่องกฎของสายการบิน ลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น และทำให้การเดินทางทั้งเพื่อท่องเที่ยวและทำงานเป็นไปอย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
การเลือกกระเป๋าลากขึ้นเครื่อง หรือกระเป๋าเดินทาง Carry On ที่เหมาะสมจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นอย่างมาก ทั้งในแง่ความปลอดภัยของสัมภาระ การเคลื่อนย้ายที่คล่องตัว และการปฏิบัติตามกฎของสายการบิน หากคุณกำลังมองหากระเป๋าเดินทางที่ทั้งสวย แข็งแรง และคุ้มค่า รุ่นจาก BAGGAGE LUGGAGE คือคำตอบที่ไม่ควรพลาด
เลือกกระเป๋าลากขึ้นเครื่อง และ กระเป๋าเดินทาง Carry On คุณภาพดี ดีไซน์ทันสมัย แข็งแรงทนทาน ได้ที่ BAGGAGE LUGGAGE วันนี้ ช้อปง่าย ส่งไว พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม
A: โดยทั่วไป กระเป๋าลากขึ้นเครื่องหรือกระเป๋าเดินทาง Carry On ควรมีขนาดไม่เกิน 20 นิ้ว หรือประมาณ 56 x 36 x 23 เซนติเมตร (รวมล้อและมือจับ) ซึ่งเป็นขนาดที่สายการบินส่วนใหญ่ยอมรับและสามารถจัดเก็บในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะได้พอดี
A: หากกระเป๋า Carry On มีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด ส่วนใหญ่จะ ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ และอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องที่หน้าเกต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการซื้อโหลดกระเป๋าล่วงหน้า แนะนำให้ชั่งน้ำหนักกระเป๋าก่อนเดินทางทุกครั้ง
A: กระเป๋าลากขึ้นเครื่องขนาด Carry On เหมาะสำหรับการเดินทางประมาณ 2–4 วัน หรือทริประยะสั้น เช่น เดินทางทำงานหรือท่องเที่ยวใกล้ ๆ หากจัดสัมภาระอย่างเป็นระเบียบและเลือกกระเป๋าน้ำหนักเบา จะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่าโดยไม่ต้องโหลดกระเป๋าเพิ่ม
10 ม.ค. 2568