Last updated: 22 ม.ค. 2569 | 72349 จำนวนผู้เข้าชม |
การเดินทางด้วยเครื่องบินกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของใครหลายคน เพราะทั้งสะดวกและรวดเร็วที่สุดในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน ไปทำงาน หรือกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะสร้างความกังวลใจในการขึ้นเครื่องแต่ละครั้ง นั่นคือเรื่องของขนาดกระเป๋าเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกกระเป๋าเดินทางที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ (Carry-on baggage) โดยไม่ต้องโหลดใต้เครื่องให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
อัปเดตปี 2025: ปัจจุบันหลายสายการบินทั้งแบบ Full Service และ Low Cost เริ่มเข้มงวดเรื่องขนาดและน้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องมากขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะสั้นและเที่ยวบินราคาประหยัด ผู้โดยสารจึงควรตรวจสอบทั้ง “ขนาดกระเป๋า” และ “น้ำหนักรวม” ให้ตรงตามข้อกำหนดล่าสุดของแต่ละสายการบิน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกโหลดกระเป๋าหน้าประตูเครื่อง (Gate Check) ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่คาดคิด
ในปี 2025 หลายสนามบินมีการติดตั้งจุดตรวจวัดขนาดกระเป๋าอัตโนมัติ (Carry-on Size Checker) ก่อนขึ้นเครื่อง หากกระเป๋าเกินมาตรฐานแม้เพียงเล็กน้อย อาจถูกบังคับให้โหลดใต้เครื่องทันที ดังนั้นการเลือกกระเป๋าเดินทางที่ผลิตตามมาตรฐาน Carry-on จริง จึงสำคัญมากกว่าการดูแค่ “จำนวนกี่นิ้ว” เพียงอย่างเดียว

โดยมาตรฐานสากลในปี 2025 กระเป๋าเดินทางที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่โหลด มักจะอยู่ในช่วง ไซส์ 16–20 นิ้ว หรือมีขนาดไม่เกิน ประมาณ 55–56 x 36–38 x 22–25 ซม. (รวมล้อและที่จับ) และมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม บางสายการบินอาจกำหนดน้ำหนักรวมของสัมภาระ 2 ชิ้น จึงควรเผื่อน้ำหนักกระเป๋าเปล่าให้เบาที่สุด
ในแต่ละสายการบิน ก็มีมาตรฐานขนาดกระเป๋าเดินทาง ที่นำขึ้นเครื่องได้แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่แล้วจะบังคับให้ไม่เกิน 20 นิ้ว และในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างไซส์กระเป๋าเดินทาง ของสายการบินที่คนไทยนิยมใช้บริการมาให้ดูกัน
ทางแอร์เอเชียอนุญาตให้ผู้โดยสารพกกระเป๋าเดินทาง 2 ชิ้นขึ้นไปบนเครื่อง โดยแบ่งออกเป็น
การบินไทยอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ โดยมีขนาดกระเป๋าเดินทาง (ยาว + สูง + กว้าง) รวมกันจะต้องไม่เกิน 115 ซม. หรือ 56 + 46 + 25 (44.85 นิ้ว หรือ 21.5 x 18 x 9.75 นิ้ว) และน้ำหนักสูงสุดไม่เกิน 7 กิโลกรัม
ทางสายการบินอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถนำกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องได้ฟรี โดยขนาดกระเป๋าเดินทางต้องไม่เกิน 56 x 36 x 23 ซม. และมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม
ทางนกแอร์อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัมภาระขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คือ กระเป๋าสัมภาระที่มีขนาดไม่เกิน 23 x 36 x 56 ซม. และกระเป๋าใบเล็ก กระเป๋าถือ หรือ กระเป๋าคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้ง 2 ชิ้นนี้รวมกันต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม
ทางสายการบินอนุญาตให้ผู้โดยสารผู้ใหญ่ ผู้โดยสารเด็ก และผู้โดยสารทารกที่มีที่นั่ง สามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้คนละ 1 ชิ้น (ยกเว้นทารกที่ไม่มีที่นั่ง) โดยมีขนาดไม่เกิน 50 x 36 x 23 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม
สายการบินอนุญาตให้ผู้โดยสารแต่ละท่านพกกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ชิ้น ซึ่งน้ำหนักรวมของสัมภาระทั้ง 2 ชิ้น ต้องมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7 กิโลกรัม โดยแบ่งออกเป็น
สายการบินนี้จะแบ่งกฎการนำสัมภาระขึ้นเครื่องออกตามระดับการบริการ โดยแบ่งออกเป็น
ข้อควรระวังเพิ่มเติมในปี 2025: แม้ขนาดกระเป๋าจะผ่านเกณฑ์ แต่หากน้ำหนักเกินกำหนด สายการบินมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่องได้ทันที โดยเฉพาะเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก แนะนำให้ชั่งน้ำหนักกระเป๋าก่อนเดินทาง และหลีกเลี่ยงการใส่ของแข็งหรืออุปกรณ์หนักไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
จากข้อกำหนดของสายการบินในปี 2025 จะเห็นได้ว่า กระเป๋าเดินทางที่เหมาะกับการถือขึ้นเครื่องควรเป็นกระเป๋าไซส์เล็ก น้ำหนักเบา โครงสร้างแข็งแรง และมีขนาดไม่เกินมาตรฐาน Carry-on เพื่อให้สามารถใช้งานได้กับหลายสายการบินโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการโหลดกระเป๋าเพิ่ม
กระเป๋าไซส์กะทัดรัดที่มาในรูปลักษณ์สุดพรีเมียมด้วยอลูมิเนียม PILOT SERIES มีฝาเปิดด้านบนทรงนักบิน พร้อมระบบ TSA Lock และล้อหมุน 360 องศา รุ่นนี้มีไซส์ 16 และ 21 นิ้ว สามารถนำขึ้นเครื่องได้
สายหวานต้องมาทางนี้ กับ TOKYO SERIES กระเป๋าเดินทางสุดหวานสีพาสเทล เนื้อสัมผัสแมท น้ำหนักเบา มีหูจับแบบซอฟต์ทั้งด้านบนและด้านข้าง คุ้มราคาสุด ๆ รุ่นนี้มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์ 14 , 16 , 18 และ 20 นิ้วเลยค่ะ
กระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ล่าสุด 2025 WILSON SERIES ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง เบา ทนทาน ผิวสัมผัส PC คุณภาพสูงจากเยอรมัน พร้อมระบบล้อคุณภาพจากญี่ปุ่น รุ่นนี้มีไซส์ 20 นิ้ว สามารถนำขึ้นเครื่องได้
ในปี 2025 การเลือกกระเป๋าเดินทางไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์หรือความจุอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ “ความผ่านด่าน” ของสายการบิน กระเป๋าที่ได้มาตรฐาน Carry-on จริง จะช่วยให้คุณเดินทางได้คล่องตัว ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์การเดินทางที่เน้นความรวดเร็วในปัจจุบัน
การเดินทางพร้อมไซส์กระเป๋าเดินทางที่พอเหมาะ ไม่ต้องโหลด เป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายของทริป คุณจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับขนาดกระเป๋าเดินทางที่สายการบินกำหนด จัดกระเป๋าเดินทางอย่างรอบคอบ จะช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นและสนุกสนานกับการเดินทางมากยิ่งขึ้นแน่นอนค่ะ
สนใจกระเป๋าเดินทางติดต่อเรา
A: โดยทั่วไปในปี 2025 กระเป๋าเดินทางที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องโหลดใต้เครื่อง จะอยู่ในช่วง ไซส์ 16–20 นิ้ว หรือมีขนาดไม่เกินประมาณ 55–56 x 36–38 x 22–25 ซม. (รวมล้อและที่จับ) ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละสายการบินก่อนเดินทางทุกครั้ง
A: หากน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด (ส่วนใหญ่อยู่ที่ไม่เกิน 7 กิโลกรัม) สายการบินมีสิทธิ์ให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่องหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้ทันที แม้ว่าขนาดกระเป๋าจะผ่านเกณฑ์ก็ตาม จึงควรชั่งน้ำหนักกระเป๋าก่อนเดินทางเสมอ
A: ขนาดกระเป๋าเดินทางถือขึ้นเครื่องของสายการบินส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกัน แต่ สายการบิน Low Cost มักเข้มงวดเรื่องน้ำหนักและจำนวนชิ้นมากกว่า ในขณะที่สายการบิน Full Service อาจให้ความยืดหยุ่นมากกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดของแต่ละสายการบินก่อนออกเดินทาง
A: กระเป๋าเป้ กระเป๋าคอมพิวเตอร์ หรือกระเป๋าถือขนาดเล็ก มักนับเป็น สัมภาระชิ้นที่ 2 และต้องสามารถวางใต้ที่นั่งด้านหน้าได้ โดยน้ำหนักรวมกับกระเป๋า Carry-on หลัก ต้องไม่เกินที่สายการบินกำหนด
A: สาเหตุหลักมักเกิดจาก น้ำหนักเกิน, ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะเต็ม หรือ ขนาดกระเป๋ารวมล้อและที่จับเกินมาตรฐานจริง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารจำนวนมากในปี 2025 จึงควรเลือกกระเป๋าที่ออกแบบตามมาตรฐาน Carry-on โดยเฉพาะ
10 ม.ค. 2568