Last updated: 21 ม.ค. 2569 | 79689 จำนวนผู้เข้าชม |
เคยสงสัยไหมว่าตัวล็อคของกระเป๋าที่เราซื้อมาจะสามารถปลดล็อคได้ด้วยรหัสผ่าน และดูเหมือนจะมีรูสำหรับเสียบลูกกุญแจอยู่ แต่ทำไมถึงไม่เห็นมีลูกกุญแจมาให้เลย? ครั้งแรกที่แอดมินซื้อกระเป๋าเดินทางมายังคิดอยู่เลยว่าลูกกุญแจหาย หรือทางร้านลืมให้มาด้วยซ้ำ นั่นเพราะระบบล็อคที่เราเห็นคือ TSA Lock ระบบนี้ออกแบบมาให้ปลดล็อคได้ด้วยรหัสของเราเอง และมีช่องสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตใช้ลูกกุญแจพิเศษเพื่อตรวจสอบหากพบสิ่งต้องสงสัยระหว่างการสแกนกระเป๋า
ปัจจุบันระบบ TSA Lock ไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานความปลอดภัยสนามบินในหลายประเทศ เช่น แคนาดา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศในสหภาพยุโรปหลายแห่ง ทำให้กระเป๋าที่มี TSA Lock สามารถผ่านขั้นตอนตรวจสอบได้อย่างราบรื่นมากขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ต้องมีการสุ่มตรวจสัมภาระบ่อยครั้ง ระบบนี้จึงกลายเป็น “มาตรฐานสากล” ของกระเป๋าเดินทางยุคใหม่ไปแล้ว
การใช้ TSA Lock จะช่วยป้องกันกระเป๋าจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบ ด้วยการงัดหรือการตัดล็อค ดังนั้นการเลือกใช้กระเป๋าที่มีระบบนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ
ในปัจจุบัน TSA Lock ส่วนใหญ่ที่ใช้งานในกระเป๋าเดินทางแบรนด์คุณภาพ จะผ่านการรับรองจาก Travel Sentry® ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่กำหนดมาตรฐานระบบล็อกนี้โดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่ารูกุญแจบนตัวล็อกจะสามารถเปิดได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ได้รับสิทธิ์จริงเท่านั้น ไม่ใช่กุญแจทั่วไปที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกงัดแงะหรือเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตระหว่างการขนส่ง
TSA Lock ย่อมาจาก Transportation Security Administration Lock ซึ่งเป็นระบบล็อกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยของสัมภาระในระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงาน TSA (Transportation Security Administration) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยการเดินทางทางอากาศในสหรัฐฯ
ปกติแล้ว ในกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบสัมภาระ เจ้าหน้าที่สนามบินจะเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสิ่งของภายใน แต่สำหรับกระเป๋าเดินทางที่ติดตั้งระบบล็อกทั่วไป พวกเขาอาจต้องทำลายล็อกเพื่อเปิดกระเป๋าได้ อย่างไรก็ตาม TSA Lock ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ กระเป๋าที่ใช้ระบบนี้สามารถถูกเปิดได้ด้วยกุญแจพิเศษที่เฉพาะเจ้าหน้าที่ TSA เท่านั้นที่มี ซึ่งทำให้กระเป๋าของคุณสามารถถูกตรวจสอบได้โดยไม่จำเป็นต้องทำลายล็อก
นอกจากนี้ ความสะดวกและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบ TSA Lock กลายเป็นมาตรฐานที่นิยมใช้ทั่วโลกสำหรับกระเป๋าเดินทาง โดยเฉพาะนักเดินทางที่ต้องผ่านการตรวจสัมภาระในหลายๆ สนามบิน ข้อมูลจาก Travel Sentry ระบุว่าระบบนี้ได้รับการยอมรับในสนามบินมากกว่า 450 แห่งทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าหากคุณใช้กระเป๋าที่มี TSA Lock คุณจะสามารถผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่สนามบินได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น
ไม่เพียงแค่การป้องกันการถูกทำลายตัวล็อกเท่านั้น TSA Lock ยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสัมภาระของคุณจะถูกดูแลอย่างดีที่สุดในระหว่างการเดินทาง การใช้ระบบนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ TSA เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้เดินทางอีกด้วย
“เหตุผลที่ TSA Lock นั้นไม่มีลูกกุญแจมาให้นั่นก็เพราะ การปลดล็อคด้วยรหัสผ่านที่เราตั้งเองนั้นมีความแน่นหนา และปลอดภัยดีอยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องใช้ลูกกุญแจในการเปิดกระเป๋า ส่วนรูกุญแจจะมีให้ไว้ให้สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตามประเทศต่างๆ ไว้ใช้ไขเปิดเพื่อตรวจสอบกระเป๋าของเราได้โดยไม่ทำให้กระเป๋าเกิดความเสียหายในกรณีที่กระเป๋าผ่านเครื่องสแกนแล้วพบสิ่งต้องสงสัย สรุปก็คือรูกุญแจนี้มีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับสิทธิ์แล้วเท่านั้นนั่นเอง”
การตั้งรหัสสำหรับกระเป๋าเดินทางที่มีระบบ TSA Lock ถือเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกโดยปกติแล้วรหัสเริ่มต้นจะเป็น "000" และสามารถตั้งรหัสตามขั้นตอนดังนี้
อย่าลืมจดรหัสของคุณไว้ในที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการลืม เพราะหากลืมรหัส กระเป๋าอาจไม่สามารถเปิดออกได้
การตั้งรหัสกระเป๋าเดินทางแต่ละรุ่นอาจมีวิธีที่แตกต่างกัน นี่เป็นทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการตั้งรหัสกระเป๋าเดินทาง TSA
ข้อควรรู้เพิ่มเติม: กระเป๋า TSA Lock รุ่นใหม่ในช่วงปี 2024–2025 บางรุ่นจะมีระบบ “Reset Protection” หรือกลไกป้องกันการตั้งรหัสผิดพลาด ซึ่งช่วยลดโอกาสที่รหัสจะถูกเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจขณะโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง แนะนำให้ตรวจสอบคู่มือของกระเป๋าแต่ละรุ่นก่อนใช้งานครั้งแรก และทดลองล็อก–ปลดล็อกอย่างน้อย 2–3 ครั้งก่อนเดินทางจริง เพื่อความมั่นใจ

จากสถิติการเดินทางหลังยุคโควิด พบว่าการสุ่มตรวจสัมภาระใต้เครื่องมีความถี่สูงขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศและไฟลต์ที่มีการเปลี่ยนเครื่องหลายสนามบิน การเลือกใช้กระเป๋าที่มี TSA Lock จึงช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายของตัวล็อก ซิป และโครงกระเป๋าได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการใช้กุญแจแบบทั่วไปหรือสายรัดล็อกภายนอก
การมี TSA Lock บนกระเป๋าเดินทางช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจากการที่เจ้าหน้าที่สนามบินต้องทำลายล็อกเพื่อการตรวจสอบ ข้อมูลจาก Airports Council International แสดงให้เห็นว่าการใช้ TSA Lock ช่วยลดโอกาสที่กระเป๋าจะเสียหายระหว่างการตรวจสอบได้ถึง 50% วิธีตั้งรหัสกระเป๋าเดินทาง TSA เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณพร้อมสำหรับทุกการเดินทาง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของสัมภาระ
กระเป๋าของเรามีหลายรุ่นมากๆ ที่ใช้ระบบ TSA Lock วันนี้จะขอแนะนำรุ่นที่น่าสนใจ โครงสร้างแข็งแรง ในราคาสมเหตุสมผลกับคุณภาพให้เลือกกัน
สินค้าของ BAGGAGE LUGGAGE รับประกันคุณภาพสินค้าทุกชิ้น รับรองถึงความแข็งแรง ทนทาน และมีระบบล็อกที่ปลอดภัยต่อทรัพย์สินในกระเป๋าอย่างแน่นอน
กระเป๋าเดินทางที่มาพร้อม TSA Lock จาก BAGGAGE LUGGAGE ถูกออกแบบมาให้รองรับการเดินทางจริงในสนามบินนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการโหลดใต้เครื่อง การเปลี่ยนไฟลต์ หรือการตรวจสุ่มจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้เดินทางไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะถูกตัดกุญแจหรือทำให้เกิดร่องรอยความเสียหายโดยไม่จำเป็น เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป นักธุรกิจ และผู้ที่ต้องเดินทางต่างประเทศบ่อยครั้ง
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ TSA Lock กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มฟีเจอร์อย่างไบโอเมตริกส์หรือการสแกนลายนิ้วมือจะทำให้การเดินทางในอนาคตปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ข้อมูลจาก Future Travel Technology Report คาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เราอาจเห็นกระเป๋าเดินทางที่ผสมผสานเทคโนโลยี AI และ TSA Lock ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้เดินทางทั่วโลก
แม้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างไบโอเมตริกส์หรือสมาร์ทล็อกจะเริ่มมีการทดลองใช้ในบางแบรนด์ แต่ในปัจจุบัน TSA Lock แบบรหัสตัวเลขยังคงเป็นระบบที่เสถียรที่สุด ได้รับการยอมรับจากสนามบินทั่วโลก และไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หรือซอฟต์แวร์ขัดข้อง จึงยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับนักเดินทางที่ต้องการความปลอดภัยและความเรียบง่ายในการใช้งานจริง
พอเล่ามาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงสงสัยว่าแล้วถ้าเราใช้ระบบล็อกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบ TSA Lock ล่ะ จะเป็นยังไง? แน่นอนว่าเพื่อนๆ ยังสามารถเดินทางไปต่างประเทศ เข้าออกประเทศต่างๆ ได้ตามปกติ แต่ถ้าหากเครื่องสแกนพบความผิดปกติ เจ้าหน้าที่ต้องการขอเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจค้น เขาก็จะทำทุกวิธีทางเพื่อเปิด ไม่ว่าจะเป็นการงัด หรือแม้แต่การตัดกุญแจที่เราใช้อยู่ตอนนั้นทิ้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับกระเป๋าได้นั่นเอง ดังนั้นหากเป็นไปได้แนะนำให้เลือกใช้ประเป๋าที่มีระบบ TSA Lock จะดีกว่าสำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ
คุณพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว อย่าลืมเตรียมตัวให้ดีด้วยการเลือกกระเป๋าที่มีระบบ TSA Lock เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัมภาระของคุณ กระเป๋าเดินทางจาก BAGGAGE LUGGAGE มีระบบ TSA Lock ให้เลือกหลายรุ่น และยังมีกระเป๋าเดินทางหลายแบบ หลายสไตล์ ไม่ว่าจะทริปใกล้หรือไกล สัมภาระเยอะหรือน้อย กระเป๋าทุกรุ่นของเราสามารถตอบโจทย์การเดินทางของคุณได้อย่างแน่นอน!
A: ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ปัจจุบัน TSA Lock ได้รับการยอมรับจากสนามบินนานาชาติในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตรวจสัมภาระได้โดยไม่ทำลายตัวล็อก จึงเหมาะสำหรับการเดินทางต่างประเทศทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะบินตรงหรือเปลี่ยนเครื่องหลายสนามบิน
A: ในกรณีที่ลืมรหัส ผู้ใช้ไม่สามารถใช้กุญแจ TSA เปิดเองได้ เนื่องจากกุญแจนี้สงวนไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น วิธีแก้ไขที่ปลอดภัยคือการติดต่อศูนย์บริการของแบรนด์กระเป๋าโดยตรง หรือให้ช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยเปิดโดยไม่ทำให้กระเป๋าเสียหาย ดังนั้นจึงควรจดหรือบันทึกรหัสไว้ในที่ปลอดภัยเสมอ
A: TSA Lock ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง โดยลดความเสี่ยงจากการถูกงัดหรือตัดกุญแจระหว่างการตรวจสัมภาระ แม้จะไม่สามารถป้องกันการโจรกรรมได้ 100% แต่ถือว่าเป็นระบบล็อกที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสูง เหมาะสำหรับการเดินทางที่ต้องโหลดกระเป๋าใต้เครื่องและผ่านการตรวจหลายขั้นตอน
10 ม.ค. 2568